ต้นจามจุรี
Samanea saman
ปุ๋ย
15-15-15 ทุก 3 เดือน
ข้อมูลทั่วไป
ชื่อวิทยาศาสตร์ (Scientific name) : Albzia saman (Jacq.) Merr.
ชื่อสามัญ (Common name) : Rain tree, Cow tamarind
ชื่อเรียกอื่น (Other names) : ก้ามกราม ก้ามกุ้ง ก้ามปู(กลาง), ฉ าฉา ลัง สารสา ส าสา (เหนือ), ตุ๊ดตู่ ,(ตาก), เส่คุ่ เส่ดู่ (แม่ฮ่องสอน)
ชื่อวงศ์(Family name) : FABACEAE
ลักษณะวิสัย : ไม้ต้นผลัดใบขนาดใหญ่ สูงประมาณ 20-40 ม. แตกกิ่งก้านสาขามาก เรือนยอดแผ่กว้าง คล้ายร่มโคนต้นเป็นพูพอนเล็กน้อย เปลือกต้นสีน าตาลอมเทา ผิวขรุขระและแตกเป็นร่องเล็ก ตามยาวไม่เป็นระเบียบ เปลือกค่อนข้างหนาและยืดหยุ่นคล้ายไม้ก๊อก เปลือกชั นในสีน าตาลอ่อนถึง สีชมพู กิ่งอ่อนมีขนละเอียดปกคลุม กิ่งแก่ผิวเกลี ยง
ใบ : ใบประกอบแบบขนนกสองชั นปลายคู่ เรียงตรงข้าม ช่อใบยาว 10–20 ซม. ใบประกอบแยกแขนงตรงข้ามเป็นคู่ 2-5 คู่ ยาว 1.5–6 ซม. บนแขนงมีใบย่อยเรียงตรงข้ามกัน 2-10 คู่คู่ที่อยู่ปลายมีขนาดใหญ่ที่สุดและลดหลั่นลงไปจนถึงคู่ล่างมีขนาดเล็กสุด รูปร่างแผ่นใบย่อยรูปไข่ หรือรูปรีปลายใบมนเว้าตื น หรือมีติ่งสั นๆ โคนใบเบี ยว ขอบใบเรียบ แผ่นใบด้านบนเรียบด้านล่างมีขนนุ่ม ไม่มีก้านใบย่อย เส้นใบสานกันเป็นรูปตาข่าย
ดอก : ดอกช่อแบบช่อเชิงหลั่น ออกตามซอกใบใกล้ปลายกิ่งหรือบริเวณยอด มี 2-5 ช่อ ลักษณะช่อตังขึนมีดอกย่อยจ านวนมากเรียงเป็นชันๆ ดอกวงในไม่มีก้าน กลีบเลี ยงและกลีบดอกจำนวน 7-8 กลีบเกสรเพศผู้ยาวกว่ากลีบดอกเล็กน้อย ดอกวงนอกมีก้านสันๆ ดอกมีขนาดเล็กกว่าดอกวงใน กลีบเลียงและกลีบดอกอย่างละ 5 กลีบเชื่อมติดกันเป็นรูปแตร ก้านช่อดอกยาว 5-9 ซม. มีขนปกคลุม เกสรเพศผู้สีชมพูจำนวนมากติดกับโคนดอก ยาวประมาณ 5 ซม. เกสรเพศเมียโคนก้านสีขาว ปลายสีม่วงอมแดง
ผล : ฝักแบนยาวรูปขอบขนาน ตรงหรือโค้งงอเล็กน้อย ขนาดกว้าง 1-2 ซม. ยาว 15-20 ซม. ผิวเกลียงและคอดเล็กน้อยในระหว่างเมล็ด ผนังชั นกลางมีเนื อนิ่ม ฝักแก่สีนาตาลดา เปลือกหนาและแข็งไม่แตกออก
เมล็ด : รูปทรงแบนรีและโค้งออกทั งสองด้าน สีน าตาลปนด าผิวเป็นมัน ยาวประมาณ 1 ซม. มี 15-25 เมล็ดเรียงเป็นแถวตามความยาวของฝัก
การขยายพันธุ์ : ขยายพันธุ์โดยเพาะเมล็ด
การกระจายพันธุ์ : เขตร้อนของทวีปอเมริการใต้ ในป่าเขตร้อนทั งทวีปเอเชีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้พบได้ประปรายในที่โล่งแจ้ง ในประเทศไทยนิยมปลูกทั่วไปตามสองข้างถนน ปลูกเป็นไม้ประดับ ให้ร่มเงาตามหมู่บ้าน
ประวัติพันธุ์ไม้ (ในประเทศไทย) : เป็นไม้นำเข้าจากต่างประเทศ โดยนายเฮนรี สเลด (Mr. Henry Slade)เจ้ากรมป่าไม้ ได้น าพันธุ์ไม้จากพม่า มาปลูกครั งแรกที่จังหวัดเชียงใหม่ ประมาณ พ.ศ. 2443 และเป็นพันธุ์ไม้มงคลพระราชทานประจ าจังหวัดลำพูน
วิธีการดูแล
- 1ช่วง 6 เดือนแรกหลังปลูก ตรวจไม้ค้ำยันทุกสัปดาห์
- 2ตัดแต่งกิ่งแห้ง กิ่งไขว้ และกิ่งกระโดงหลังหมดฤดูออกดอก
- 3พรวนดินรอบโคนต้นในรัศมีทรงพุ่ม ก่อนใส่ปุ๋ย
- 4สังเกตใบเหลืองหรือขอบใบไหม้ อาจเป็นอาการขาดธาตุอาหาร
ภาพประกอบ
ใบเหลือง ใบไหม้ หรือโตช้า?
อาจเป็นอาการขาดธาตุอาหาร ดูวิธีสังเกตและแก้ไขได้ที่หน้าข้อมูลพืชขาดธาตุอาหาร
ดูอาการพืชขาดธาตุอาหาร
